================================================== -->

ผล บอล สด วัน นี้ 7mบาคาร่าฟรี

สุดอั้น!คนไทยเตรียมกินข้าวแพง หอมมะลิ ทะลุ 300บาท/ถุง 18 พฤษภาคม พศ 2561 เวลา 09:16 น

  • เยี่ยมชมบล็อก:133310
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 234
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-06-13 01:26:20
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

พรเพชร สั่งถอย! พร้อมปรับลดงบไอทีรัฐสภาใหม่ ปัดไม่มีอำนาจก้าวก่ายงานประจำ อ้างทักท้วงแล้วจาก 3 พันล้านเป็น 8 พันล้านราคาแพงไป แต่สำนักเลขาฯ สภาชี้แจงระบบเทคโนโลยีทันสมัยแนะยึดหลักพอเพียง ด้านเลขาฯ สภาแจงเหตุแพงเพราะระบบ 4 เค ไมค์ 12 แสนใช้ระบบสแกนนิ้ว นาฬิกา 7 หมื่นเดินตรงกันหมด ยันไม่ดื้อยอมลดสเปกไปใช้ระบบอนาล็อก ที่รัฐสภา วันที่ 17 พฤษภาคม นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) แถลงปัญหาการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ว่า ปัญหาที่จอดรถไม่เพียงพอ และข้อสงสัยกรณีงบไอทีที่ตัดออกตั้งแต่แรกเริ่มของรัฐสภาแห่งใหม่นั้น ตนไม่ทราบ และคงต้องไปสอบถามคณะรัฐมนตรี (ครม) ปี 2556 ซึ่งเป็นผู้อนุมัติโครงการและงบประมาณ อย่างไรก็ตาม การตัดงบไอทีออกตั้งแต่แรก ส่วนตัวเข้าใจเองว่าอาจเป็นเพราะอาคารยังไม่สร้าง ประกอบกับระบบไอทีมีการพัฒนาตลอดเวลา คนที่จะตอบปัญหาดังกล่าวได้คือ คนที่อนุมัติโดยตรง ผมมาตอนนี้ก็เพื่อมาแก้ไขปัญหา ประธาน สนชไม่มีอำนาจก้าวก่ายงานประจำสภา ได้แต่กำกับดูแลนโยบายต่างๆ ดังนั้นจะทำสัญญาอะไร ตรวจรับงานอย่างไร ไม่มีผมเข้าไปเกี่ยวข้อง ผมมีหน้าที่เพียงดูแลให้การก่อสร้างเป็นไปตามสัญญา ประธาน สนชกล่าวต่อว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงได้เสนอของบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 8,000 ล้านบาท เพื่อติดตั้งระบบไอทีและสาธารณูปโภคบางส่วน แต่ตนได้ทักท้วงว่ามีราคาแพง เพราะตามมติ ครมเดิมงบไอทีใช้เพียงแค่กว่า 3,000 ล้านบาท แต่ได้รับคำชี้แจงว่าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น ระบบไมโครโฟน ระบบการบันทึกการลงคะแนน ระบบการรักษาความปลอดภัย และระบบการตรวจสอบองค์ประชุม มีความทันสมัยขึ้น จึงมีราคาสูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งได้ย้ำไปแล้วว่า หากเสนอราคาเช่นนี้ ต้องอธิบายให้ได้ และสั่งการให้เลขาธิการสภาฯ ชี้แจงเหตุผลในวันที่ 18 พคนี้ ว่าเหตุใดงบประมาณด้านไอทีจากที่เคยตั้งไว้เมื่อปี 2556 จำนวนกว่า 3,000 ล้านบาท จึงเพิ่มเป็น 8,000 ล้านบาท ส่วนจะเป็นการเสนอเกินความจำเป็นจากการใช้งานหรือไม่นั้น ตนมองอย่างสามัญชนว่า คนที่อยากได้คงอยากได้ของดี แต่ตนไม่ได้มองอย่างนั้น เห็นว่าควรเอาแบบพอเพียงก็พอแล้ว นายพรเพชรกล่าวอีกว่า เข้าใจว่าเหมือนคนที่มีไอโฟน 7 แต่อยากได้ไอโฟน 10 ก็ต้องถามว่ามีความจำเป็นหรือไม่ ต้องตอบสังคมให้เข้าใจ เพราะข้อทักท้วงของ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีเหตุผล ตนได้บอกไปว่าหากสำนักงบประมาณคิดว่าเราควรได้งบเท่าไหร่ ก็ให้เป็นไปตามนั้น ส่วนกรณีที่นายกฯ ตั้งข้อสังเกตว่าราคาไมโครโฟนและนาฬิกามีราคาแพงเกินเหตุ นายพรเพชรกล่าวว่า ขอให้เลขาธิการสภาฯ เป็นผู้ชี้แจง ตนตั้งข้อสังเกตไปแล้วเช่นกันว่า เหตุใดงบไอทีจึงสูงขึ้นจากกว่า 3,000 ล้านบาท เป็น 8,000 ล้านบาท และคิดว่างบ 8,000 ล้านบาทนั้นมากเกินไป ต้องลดลงมาให้อยู่ในระดับที่มีความจำเป็น โดยขอให้เลขาธิการสภาฯ เป็นผู้ชี้แจง ทั้งนี้ ใครทำอะไรที่ไม่ชอบ เสนอโครงการในเชิงทุจริต ต้องถูกจับได้แน่ เพราะเคยมีตัวอย่างมาแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังไล่สะสางไม่หมด เมื่อถามว่า การจัดซื้อจัดจ้างระบบไอทีของรัฐสภาแห่งใหม่เป็นการใช้วิธีพิเศษ ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (กร) ที่มีนายพรเพชรเป็นประธาน นายพรเพชรกล่าวว่า กรไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการจัดซื้อ มีหน้าที่แค่พิจารณาวินัยของข้าราชการ ส่วนเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ เป็นเรื่องของสำนักเลขาธิการสภาฯ เป็นผู้เสนอมา แต่ถ้ามีการทุจริตเกิดขึ้น ก็ต้องถูกจัดการแน่นอน ส่วนการจัดซื้อโทรทัศน์ราคาเครื่องละ 17 แสนบาท ที่เกินกว่าราคาตลาดหลายเท่าตัวนั้น ตนไม่ทราบ เพราะไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง การของบเป็นหน้าที่ของสำนักเลขาธิการสภาฯ เข้าไปก้าวก่ายไม่ได้ แต่ยืนยันว่ายังไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น เพราะยังไม่มีการจัดซื้อ ส่วนถ้า ครมอนุมัติงบไอทีล่าช้า จะกระทบให้การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เสร็จไม่ทันตามกำหนดหรือไม่นั้น ก็อาจจะสัมพันธ์กัน แต่จะพยายามให้มีผลกระทบให้น้อยที่สุด นายพรเพชรกล่าวด้วยว่า ระหว่างนี้พยายามให้บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เดินหน้าก่อสร้างอาคาร แต่ทางบริษัทพยายามเลี่ยงจะทำงานบางส่วน เช่น ปิดเพดานจำเป็นต้องปิดแล้ว เมื่อถามว่าหากปิดเพดานไปแล้ว และมีการติดตั้งระบบไอทีในภายหลังต้องรื้อเพดาน ซึ่งจะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม นายพรเพชรชี้แจงว่า ก็คงจะเป็นอย่างนั้น ถามย้ำว่าหากปรับลดงบไอทีได้ แต่ก็ต้องไปเพิ่มที่งานรื้อถอนเพื่อติดตั้งระบบไอทีในภายหลัง นายพรเพชรกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่รื้อ ทั้งนี้ทุกอย่างต้องถามเลขาฯ เมื่อถามต่อว่า งบประมาณจะบานปลายหรือไม่ ประธาน สนชกล่าวว่า ผมถึงมีนโยบายว่าทำให้ได้ โดยใช้งบประมาณที่น้อยลง ด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ กล่าวว่า ตามหลักการต้องปรับลดงบประมาณด้านไอที การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ลงแน่นอน แต่จะปรับลดลงเท่าใด คงต้องหารือในที่ประชุมวันที่ 18 พคนี้ก่อน สาเหตุที่อุปกรณ์มีราคาแพง เนื่องจากเป็นระบบเทคโนโลยีระดับสูงรองรับระบบ 4 เคในอนาคต อาทิ ไมโครโฟน ราคา 12 แสนบาท มีคุณสมบัติพิเศษคือใช้ระบบสแกนนิ้ว เพื่อแสดงตัวตนของสมาชิกรัฐสภาได้อย่างชัดเจนก่อนการลงมติหรือลงคะแนนมาใช้แทนระบบเสียบบัตรแสดงตนที่เคยมีปัญหาเสียบบัตรแทนกัน และระบบดังกล่าวเชื่อมต่อกับจอคอมพิวเตอร์ สามารถเห็นหน้าผู้อภิปรายได้ ส่วนนาฬิการาคา 7 หมื่นบาท ที่ติดตั้งทั่วอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ที่มีพื้นที่กว่า 4 แสนตารางเมตร มีการควบคุมผ่านระบบไอที ทำให้นาฬิกาทุกเรือนเดินตรงกันหมด เพื่อประโยชน์ของสมาชิก ไม่ว่าจะอยู่พื้นที่ใด จะไม่มีปัญหาเรื่องการเข้าห้องประชุมไม่ทัน เนื่องจากนาฬิกาเดินไม่ตรงกัน ทำให้นาฬิกามีมูลค่าสูง ถ้าเห็นว่าระบบ 4 เค หรือระบบดิจิทัลมีราคาสูง ก็พร้อมปรับลดสเปกกลับมาใช้ในระบบอนาล็อกก็ได้ ในสถานการณ์ที่ถูกท้วงติง ต้องปรับลดงบประมาณลงมาแน่นอน แต่ระบบที่เห็นว่าแพงเกินไป ในอนาคตอีก 1-2 ปี อาจจะมองว่ามีราคาถูกก็ได้ แต่ผมคงไม่ดื้อ เมื่อบอกให้ปรับลดก็ต้องลดลงมา เรื่องนาฬิกากับไมโครโฟน ผมไม่เอาแน่นอน แต่ขึ้นอยู่กับที่ประชุมว่าเห็นเป็นอย่างไร นายสรศักดิ์กล่าว

ที่เก็บบทความ

2015(708)

2014(681)

2013(748)

2012(605)

การสมัครสมาชิก
joker สล็อต777 free 2021-06-13 01:26:20

การจำแนกประเภท: Aili Wedding Network

มา คา ร่า ออนไลน์, หลังสืบทราบว่า นสนุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี ชาว จบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบุคคลที่พักอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวรับโอนเงินจำนวน 25 ล้านบาท จากพระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด สุดอั้น!คนไทยเตรียมกินข้าวแพง หอมมะลิ ทะลุ 300บาท/ถุง 18 พฤษภาคม พศ 2561 เวลา 09:16 น นายสุรชัย กตเวทีธรรม ผู้ใหญ่บ้านร่มฟ้าผาหม่น ตปอ อเวียงแก่น กล่าวว่า ชาวบ้านในหมู่บ้านส่วนใหญ่มีอาชีพ ปลูกหอมดอก กะหล่ำปลี ถั่วพุ่ม และปลูกข้าวไร่เอาไว้กิน แต่เดิมเคยปลูกข้าวโพดเป็นอาชีพหลัก แต่รัฐบาลประกาศห้ามไม่ให้พ่อค้ารับซื้อข้าวโพดที่ปลูกบนพื้นที่สูง ชาวบ้านจึงต้องปลูกพืชไร่ขายส่งให้พ่อค้า ฐานะส่วนใหญ่พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง หากมีการประกาศเขตอุทยานฯ ก็จะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนยิ่งขึ้น เพราะทุกวันนี้ก็ทำมาหากินลำบากอยู่แล้ว โดยความร่วมมือจะแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1การร่วมมือพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย(เอส-เคิร์ฟ) ทั้งยานยนต์ ที่จะปรับเป็นรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) หุ่นยนต์ ไบโอคีโคโนมี อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล 2การร่วมกันพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และ3การส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซี และพัฒนาพื้นที่เป็นสมาร์ทซิตี้ โดยแบ่งเป็นแผนระยะสั้นกรอบเวลาความร่วมมือ 1 เดือน ระยะกลางกรอบเวลา 6 เดือน และระยะยาวกรอบเวลา 1 ปี

พันกันไปหมด! เงินทอนวัดโยงไปถึงคลังแสง เปิดตัว รทฐิติทัตน์ ประวัติไม่ธรรมดา หลานชายอดีต สวนครปฐม เด็กอดีตผู้ว่าฯ สตง แฉงานบวชมาครบทีม เจ้าคุณธงชัย วัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าคุณเทอด เจ้าคุณสังคม ล็อต 3 เป็นพระพี่เลี้ยง ไปกันใหญ่ ศรีวราห์ ชี้อาจเกี่ยวคดีความมั่นคงด้วย พลตอศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ ร่วมกับ พลตคณิศร สุนทรธีมากร ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช), พอบุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คสช แถลงข่าวกรณีที่ พตอจรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบกป และ พตอธงชัย อยู่เกษ ผกก1 บกป นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าตรวจบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม ภายหลังสืบทราบว่าบุคคลที่พักอาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินงบประมาณเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือคดีเงินทอนวัด โดยพบว่ามีการโอนเงิน 25 ล้านบาท มายังบัญชีธนาคารของ นสนุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี ทั้งนี้ จากการตรวจค้นบ้านพักหลังนี้ พบว่ามี รทฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ) กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเจ้าของบ้าน รวมทั้ง นสนุชรา ตรวจสอบพบตู้เซฟ 3 ใบ อาวุธปืนยาว 4 กระบอก ได้แก่ ปืนลูกซอง 3 กระบอก และปืนลูกกด 1 กระบอก, ปืนสั้น 18 กระบอก ขนาด 9 และ 11 มม พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวม 1,005 นัด รวมทั้งทองรูปพรรณ แหวนเพชร และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ หลายรายการ เอกสารเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนและของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบที่มาที่ไป ก่อนสืบสวนขยายผลทางคดี พลตอศรีวราห์กล่าวว่า จากการประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ) และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าอาวุธปืนทั้งหมดมีทะเบียนถูกต้อง แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบการครอบครองว่าถูกต้องหรือไม่ ส่วนกล้องเล็งไม่เข้าข่ายเป็นยุทธภัณฑ์ สำหรับใบ ป4 อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทางพนักงานสอบสวน บกป ได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานกรณีการครอบครองอาวุธปืนทั้งหมดนั้นเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล เพื่อพิจารณาขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป รอง ผบตรกล่าวต่อว่า ความเกี่ยวพันกับคดีเงินทอนวัดนั้น ก็ยังอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน หากมีผู้ใดเกี่ยวข้อง ก็จะพิจารณาดำเนินคดีทั้งหมด โดยรายละเอียดต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงจะกระทบกับสำนวนคดี แต่ขณะนี้ทางฝ่ายความมั่นคงจะมุ่งเน้นการตรวจสอบในประเด็นการครอบครองอาวุธปืนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถูกใช้งานในเหตุการณ์ใดหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะต้องมีการพิจารณาแจ้งความดำเนินคดีอย่างแน่นอน เขากล่าวว่า ในส่วนของ รทฐิติทัตน์ เนื่องจากเป็นข้าราชการ หากพบประเด็นใดที่เข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ก็จะต้องส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) ดำเนินการต่อไป ซึ่งหลักๆ แล้วที่ตนมาดำเนินการในวันเดียวกันนี้ เป็นเพราะมีการพบอาวุธปืนจำนวนมากจึงต้องมีการตรวจสอบ เพราะอาจเกี่ยวพันกับคดีความมั่นคง ด้าน พลตคณิศรเปิดเผยว่า ในส่วนของกฎหมาย ก็คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการไป และยังต้องรอผลการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่วนทางวินัย ยังไม่ได้มีการพิจารณา สำหรับกรณีการครอบครองอาวุธปืนที่มีจำนวนมากนั้น ก็ไม่สามารถระบุหรือจำกัดได้ว่าเจ้าหน้าที่ทหารต้องมีอาวุธอยู่ในครอบครองเท่าใด เพียงแต่ว่าหลังจากนี้ เมื่อมีหลักฐานปรากฏเช่นนี้ ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบที่มาที่ไปว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะไม่มีข้อกำหนดด้วยว่าต้องครอบครองปืนได้เท่าใด แต่ภารกิจของทหารสังกัด ศรภก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนมากขนาดนี้ มีรายงานว่า รทฐิติทัตน์ มีชื่อเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม ที่กองปราบปรามนำหมายค้น มีความสนิทสนมกับนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาถูกนายพิศิษฐ์ดึงตัวมาช่วยงานที่ สตง ในตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯ สตง นอกจากนี้ ยังปรากฏภาพนายพิศิษฐ์ไปเป็นประธานงานอุปสมบทของ รทฐิติทัตน์ เมื่อวันที่ 5 มิย2559 ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหารอีกด้วย โดยรูปภาพในงานอุปสมบทดังกล่าว มีแขกเหรื่อมาร่วมงานจำนวนมาก รวมถึงนายบุญเลิศ โสภา อดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา พศ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุดการบูรณปฏิสังขรณ์และการพัฒนาวัด ล็อตที่ 2 ขึ้นไปคล้องพวงมาลัยให้กับ รทฐิติทัตน์อีกด้วย ทั้งนี้ การอุปสมบทดังกล่าวของ รทฐิติทัตน์ มีพระพรหมสิทธิ (เจ้าคุณธงชัย) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ และมีพระราชกิจจาภรณ์ (เจ้าคุณเทอด) กับพระเมธีสุทธิกร (เจ้าคุณสังคม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่ถูก พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) แจ้งข้อกล่าวหาคดีเงินทอนวัดในล็อตที่ 3 ร่วมกับพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม (มส) อีก 3 รูป เป็นพระพี่เลี้ยง นอกจากนี้ ยังพบว่า รทฐิติทัตน์ เป็นหลานชายของนายปรีชา นิพนธ์พิทยา อดีต สวจังหวัดนครปฐมอีกด้วย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้รับรายงานการเข้าค้น ส่วนเส้นทางการโอนเงิน 25 ล้านบาท ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับใคร อย่างไรบ้าง เรื่องนี้อยู่ที่ตำรวจ จึงอยากให้ไปสอบถามจากทางตำรวจ ในส่วนของ พศจะดูเรื่องวินัย เรื่องการสอบสวนความผิดของข้าราชการ พศ และการประสานการทำงานควบคู่กับตำรวจ ก็ให้เป็นหน้าที่ของ พศ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทราบว่าเป็นกระบวนการทุจริตงบประมาณแผ่นดินของพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินและอดีตผู้ว่าฯ สตง ออกมาปกป้องพระผู้ใหญ่ โดยพยายามกดดัน แทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ทุกวิถีทาง แต่ตอนนี้มีหลักฐานปรากฏแล้วว่าพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการมหาเถรสมาคม (มส) เฉพาะวัดนี้เบิกงบประมาณแผ่นดินเพื่อใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปแล้วหลายร้อยล้าน ปีละ 60 ล้านบาท โดยกรณีนี้นำเงินหลวงมาเข้าบัญชีวัดที่ตนเป็นเจ้าอาวาส จากนั้นก็โอนเงิน 25 ล้านบาทเข้าบัญชีสีกา แล้วให้สีกาเบิกเงินเป็นแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายคืนให้กับคนที่เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มส แล้วก็นำไปใช้ต่อ พฤติกรรมอย่างนี้ทำให้เชื่อได้ว่าเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินที่ได้จากการทุจริตเงินหลวงแล้ว และล่าสุดทราบว่าพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มสรายนี้ขณะนี้อยู่ต่างประเทศ นายไพบูลย์เชื่อว่า การตรวจสอบทุจริตเงินหลวงของพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการ มส โดยหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังขบวนการหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกมาก เป็นความเข้มแข็งของการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลในยุคนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ และการจัดการทรัพย์สินวัดและพระภิกษุให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย ตามแนวทางที่คณะผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปเสนอนโยบายแก้ไขปัญหา โดยให้มี พรบคณะสงฆ์ฉบับ ธรรมาธิปไตย ขึ้น ขณะที่สำนักข่าวอิศรา ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวในหน่วยงานตรวจสอบว่า หจก ดี ดี ทวีคูณ ปรากฏชื่อเข้าไปรับงานเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์วัดแห่งหนึ่งมาโดยตลอด ขณะที่ นสนุชรา สิทธินอก มีฐานะเป็นตัวแทน หรือนอมินี ให้เข้ามาช่วยถือหุ้นแทนเท่านั้น ส่วนเจ้าของ หจกตัวจริง ถูกระบุว่าแท้จริงแล้ว คือแม่ของ รตฐิติทัตน์นั่นเอง เบื้องต้น นสนุชราให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ปปง ว่าปกติมีอาชีพขายลูกชิ้นอยู่ที่ตลาดสี่มุมเมือง แต่มารับทำงานเสริมเป็นแม่บ้าน ช่วยเลี้ยงดูบุตรหลานให้กับเจ้าของบ้าน พร้อมกับยอมรับว่าเป็นผู้รับเงินที่โอนมาจากทางวัด และมีการเบิกเงินออกมาจริง เนื่องจากคนในบ้านคนหนึ่งที่สนิทสนมกับตนเองได้มาขอให้ช่วยเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งหลังจากที่มีเงินเข้ามาแล้วก็จะไปทำการถอนออกให้ ขณะที่แหล่งข่าวจากกองทัพไทยให้ข้อมูลยืนยันว่า รตฐิติทัตน์เข้ามารับราชการทหารเพราะมีผู้ใหญ่ฝากมาทำงานในกองทัพ แต่หลังจากได้รับการบรรจุเข้ารับราชการที่ ศรภแล้ว ไม่เคยเข้ามาทำงานที่ ศรภแต่อย่างใด ตั้งแต่รองเสธ จนกระทั่งเป็นเสธ ก่อนที่จะมีการทำเรื่องขอตัวจาก สนเสธทหาร ไปช่วยราชการติดตาม พลอพรพิพัฒน์ เบญจศรี แต่ก็มีข่าวว่า รตฐิติทัตน์มักจะไปปรากฏตัวที่วัดสระเกศฯ เนื่องจากเป็นคนสนิทเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เข้านอกออกในวัดอยู่เป็นประจำ ฉะนั้น ดู พตทพงศ์พร ผอสำนักพุทธฯ กับตำรวจ ขุดจนพบรัง ปลวกเหลือง ก่อน ค่อยพูด-ค่อยจาก็ได้ เว็บ สล็อต xoสุดอั้น!คนไทยเตรียมกินข้าวแพง หอมมะลิ ทะลุ 300บาท/ถุง 18 พฤษภาคม พศ 2561 เวลา 09:16 น พันกันไปหมด! เงินทอนวัดโยงไปถึงคลังแสง เปิดตัว รทฐิติทัตน์ ประวัติไม่ธรรมดา หลานชายอดีต สวนครปฐม เด็กอดีตผู้ว่าฯ สตง แฉงานบวชมาครบทีม เจ้าคุณธงชัย วัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าคุณเทอด เจ้าคุณสังคม ล็อต 3 เป็นพระพี่เลี้ยง ไปกันใหญ่ ศรีวราห์ ชี้อาจเกี่ยวคดีความมั่นคงด้วย พลตอศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ ร่วมกับ พลตคณิศร สุนทรธีมากร ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช), พอบุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คสช แถลงข่าวกรณีที่ พตอจรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบกป และ พตอธงชัย อยู่เกษ ผกก1 บกป นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าตรวจบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม ภายหลังสืบทราบว่าบุคคลที่พักอาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินงบประมาณเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือคดีเงินทอนวัด โดยพบว่ามีการโอนเงิน 25 ล้านบาท มายังบัญชีธนาคารของ นสนุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี ทั้งนี้ จากการตรวจค้นบ้านพักหลังนี้ พบว่ามี รทฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ) กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเจ้าของบ้าน รวมทั้ง นสนุชรา ตรวจสอบพบตู้เซฟ 3 ใบ อาวุธปืนยาว 4 กระบอก ได้แก่ ปืนลูกซอง 3 กระบอก และปืนลูกกด 1 กระบอก, ปืนสั้น 18 กระบอก ขนาด 9 และ 11 มม พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวม 1,005 นัด รวมทั้งทองรูปพรรณ แหวนเพชร และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ หลายรายการ เอกสารเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนและของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบที่มาที่ไป ก่อนสืบสวนขยายผลทางคดี พลตอศรีวราห์กล่าวว่า จากการประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ) และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าอาวุธปืนทั้งหมดมีทะเบียนถูกต้อง แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบการครอบครองว่าถูกต้องหรือไม่ ส่วนกล้องเล็งไม่เข้าข่ายเป็นยุทธภัณฑ์ สำหรับใบ ป4 อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทางพนักงานสอบสวน บกป ได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานกรณีการครอบครองอาวุธปืนทั้งหมดนั้นเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล เพื่อพิจารณาขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป รอง ผบตรกล่าวต่อว่า ความเกี่ยวพันกับคดีเงินทอนวัดนั้น ก็ยังอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน หากมีผู้ใดเกี่ยวข้อง ก็จะพิจารณาดำเนินคดีทั้งหมด โดยรายละเอียดต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงจะกระทบกับสำนวนคดี แต่ขณะนี้ทางฝ่ายความมั่นคงจะมุ่งเน้นการตรวจสอบในประเด็นการครอบครองอาวุธปืนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถูกใช้งานในเหตุการณ์ใดหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะต้องมีการพิจารณาแจ้งความดำเนินคดีอย่างแน่นอน เขากล่าวว่า ในส่วนของ รทฐิติทัตน์ เนื่องจากเป็นข้าราชการ หากพบประเด็นใดที่เข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ก็จะต้องส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) ดำเนินการต่อไป ซึ่งหลักๆ แล้วที่ตนมาดำเนินการในวันเดียวกันนี้ เป็นเพราะมีการพบอาวุธปืนจำนวนมากจึงต้องมีการตรวจสอบ เพราะอาจเกี่ยวพันกับคดีความมั่นคง ด้าน พลตคณิศรเปิดเผยว่า ในส่วนของกฎหมาย ก็คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการไป และยังต้องรอผลการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่วนทางวินัย ยังไม่ได้มีการพิจารณา สำหรับกรณีการครอบครองอาวุธปืนที่มีจำนวนมากนั้น ก็ไม่สามารถระบุหรือจำกัดได้ว่าเจ้าหน้าที่ทหารต้องมีอาวุธอยู่ในครอบครองเท่าใด เพียงแต่ว่าหลังจากนี้ เมื่อมีหลักฐานปรากฏเช่นนี้ ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบที่มาที่ไปว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะไม่มีข้อกำหนดด้วยว่าต้องครอบครองปืนได้เท่าใด แต่ภารกิจของทหารสังกัด ศรภก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนมากขนาดนี้ มีรายงานว่า รทฐิติทัตน์ มีชื่อเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม ที่กองปราบปรามนำหมายค้น มีความสนิทสนมกับนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาถูกนายพิศิษฐ์ดึงตัวมาช่วยงานที่ สตง ในตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯ สตง นอกจากนี้ ยังปรากฏภาพนายพิศิษฐ์ไปเป็นประธานงานอุปสมบทของ รทฐิติทัตน์ เมื่อวันที่ 5 มิย2559 ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหารอีกด้วย โดยรูปภาพในงานอุปสมบทดังกล่าว มีแขกเหรื่อมาร่วมงานจำนวนมาก รวมถึงนายบุญเลิศ โสภา อดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา พศ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุดการบูรณปฏิสังขรณ์และการพัฒนาวัด ล็อตที่ 2 ขึ้นไปคล้องพวงมาลัยให้กับ รทฐิติทัตน์อีกด้วย ทั้งนี้ การอุปสมบทดังกล่าวของ รทฐิติทัตน์ มีพระพรหมสิทธิ (เจ้าคุณธงชัย) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ และมีพระราชกิจจาภรณ์ (เจ้าคุณเทอด) กับพระเมธีสุทธิกร (เจ้าคุณสังคม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่ถูก พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) แจ้งข้อกล่าวหาคดีเงินทอนวัดในล็อตที่ 3 ร่วมกับพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม (มส) อีก 3 รูป เป็นพระพี่เลี้ยง นอกจากนี้ ยังพบว่า รทฐิติทัตน์ เป็นหลานชายของนายปรีชา นิพนธ์พิทยา อดีต สวจังหวัดนครปฐมอีกด้วย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้รับรายงานการเข้าค้น ส่วนเส้นทางการโอนเงิน 25 ล้านบาท ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับใคร อย่างไรบ้าง เรื่องนี้อยู่ที่ตำรวจ จึงอยากให้ไปสอบถามจากทางตำรวจ ในส่วนของ พศจะดูเรื่องวินัย เรื่องการสอบสวนความผิดของข้าราชการ พศ และการประสานการทำงานควบคู่กับตำรวจ ก็ให้เป็นหน้าที่ของ พศ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทราบว่าเป็นกระบวนการทุจริตงบประมาณแผ่นดินของพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินและอดีตผู้ว่าฯ สตง ออกมาปกป้องพระผู้ใหญ่ โดยพยายามกดดัน แทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ทุกวิถีทาง แต่ตอนนี้มีหลักฐานปรากฏแล้วว่าพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการมหาเถรสมาคม (มส) เฉพาะวัดนี้เบิกงบประมาณแผ่นดินเพื่อใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปแล้วหลายร้อยล้าน ปีละ 60 ล้านบาท โดยกรณีนี้นำเงินหลวงมาเข้าบัญชีวัดที่ตนเป็นเจ้าอาวาส จากนั้นก็โอนเงิน 25 ล้านบาทเข้าบัญชีสีกา แล้วให้สีกาเบิกเงินเป็นแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายคืนให้กับคนที่เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มส แล้วก็นำไปใช้ต่อ พฤติกรรมอย่างนี้ทำให้เชื่อได้ว่าเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินที่ได้จากการทุจริตเงินหลวงแล้ว และล่าสุดทราบว่าพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มสรายนี้ขณะนี้อยู่ต่างประเทศ นายไพบูลย์เชื่อว่า การตรวจสอบทุจริตเงินหลวงของพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการ มส โดยหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังขบวนการหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกมาก เป็นความเข้มแข็งของการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลในยุคนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ และการจัดการทรัพย์สินวัดและพระภิกษุให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย ตามแนวทางที่คณะผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปเสนอนโยบายแก้ไขปัญหา โดยให้มี พรบคณะสงฆ์ฉบับ ธรรมาธิปไตย ขึ้น ขณะที่สำนักข่าวอิศรา ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวในหน่วยงานตรวจสอบว่า หจก ดี ดี ทวีคูณ ปรากฏชื่อเข้าไปรับงานเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์วัดแห่งหนึ่งมาโดยตลอด ขณะที่ นสนุชรา สิทธินอก มีฐานะเป็นตัวแทน หรือนอมินี ให้เข้ามาช่วยถือหุ้นแทนเท่านั้น ส่วนเจ้าของ หจกตัวจริง ถูกระบุว่าแท้จริงแล้ว คือแม่ของ รตฐิติทัตน์นั่นเอง เบื้องต้น นสนุชราให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ปปง ว่าปกติมีอาชีพขายลูกชิ้นอยู่ที่ตลาดสี่มุมเมือง แต่มารับทำงานเสริมเป็นแม่บ้าน ช่วยเลี้ยงดูบุตรหลานให้กับเจ้าของบ้าน พร้อมกับยอมรับว่าเป็นผู้รับเงินที่โอนมาจากทางวัด และมีการเบิกเงินออกมาจริง เนื่องจากคนในบ้านคนหนึ่งที่สนิทสนมกับตนเองได้มาขอให้ช่วยเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งหลังจากที่มีเงินเข้ามาแล้วก็จะไปทำการถอนออกให้ ขณะที่แหล่งข่าวจากกองทัพไทยให้ข้อมูลยืนยันว่า รตฐิติทัตน์เข้ามารับราชการทหารเพราะมีผู้ใหญ่ฝากมาทำงานในกองทัพ แต่หลังจากได้รับการบรรจุเข้ารับราชการที่ ศรภแล้ว ไม่เคยเข้ามาทำงานที่ ศรภแต่อย่างใด ตั้งแต่รองเสธ จนกระทั่งเป็นเสธ ก่อนที่จะมีการทำเรื่องขอตัวจาก สนเสธทหาร ไปช่วยราชการติดตาม พลอพรพิพัฒน์ เบญจศรี แต่ก็มีข่าวว่า รตฐิติทัตน์มักจะไปปรากฏตัวที่วัดสระเกศฯ เนื่องจากเป็นคนสนิทเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เข้านอกออกในวัดอยู่เป็นประจำ

อ่าน(394) | แสดงความคิดเห็น(896) | ส่งต่อ(13) |

ก่อนหน้านี้:สมัคร ค่า สิ โน 2020 zoom

ต่อไป:hero 888win join

ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

เพลงกงกง 2021-06-13

จักรพรรดิซ่งไท่จงจ้าวคัง MACO สยายปีกอาเซียน ทุ่ม 360 ล้านบาท ซื้อ VGI มาเลเชีย 18 พฤษภาคม พศ 2561 เวลา 09:42 น

ระหว่างวันที่ 16-18 พฤษภาคม 2561 คณะกรรมการเสริมสร้างศักยภาพผู้นำองค์กรชุมชนภาคเหนือร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานภาคเหนือ จัดเวทีสัมมนาการพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรชุมชนภาคเหนือ 15 จังหวัด การจัดทำแผนพัฒนาชุมชนพึ่งตนเอง ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวภูชี้ฟ้า ตตับเต่า อเทิง จเชียงราย โดยมีผู้นำชุมชน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอชสำนักงานภาคเหนือ และวิทยากรที่มีประสบการณ์ด้านงานพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนเข้าร่วมงานประมาณ 140 คน

A Feirong II 2021-06-13 01:26:20

Yasuo Yoshihari 2021-06-13 01:26:20

พันกันไปหมด! เงินทอนวัดโยงไปถึงคลังแสง เปิดตัว รทฐิติทัตน์ ประวัติไม่ธรรมดา หลานชายอดีต สวนครปฐม เด็กอดีตผู้ว่าฯ สตง แฉงานบวชมาครบทีม เจ้าคุณธงชัย วัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าคุณเทอด เจ้าคุณสังคม ล็อต 3 เป็นพระพี่เลี้ยง ไปกันใหญ่ ศรีวราห์ ชี้อาจเกี่ยวคดีความมั่นคงด้วย พลตอศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ ร่วมกับ พลตคณิศร สุนทรธีมากร ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช), พอบุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คสช แถลงข่าวกรณีที่ พตอจรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบกป และ พตอธงชัย อยู่เกษ ผกก1 บกป นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าตรวจบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม ภายหลังสืบทราบว่าบุคคลที่พักอาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินงบประมาณเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือคดีเงินทอนวัด โดยพบว่ามีการโอนเงิน 25 ล้านบาท มายังบัญชีธนาคารของ นสนุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี ทั้งนี้ จากการตรวจค้นบ้านพักหลังนี้ พบว่ามี รทฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ) กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเจ้าของบ้าน รวมทั้ง นสนุชรา ตรวจสอบพบตู้เซฟ 3 ใบ อาวุธปืนยาว 4 กระบอก ได้แก่ ปืนลูกซอง 3 กระบอก และปืนลูกกด 1 กระบอก, ปืนสั้น 18 กระบอก ขนาด 9 และ 11 มม พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวม 1,005 นัด รวมทั้งทองรูปพรรณ แหวนเพชร และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ หลายรายการ เอกสารเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนและของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบที่มาที่ไป ก่อนสืบสวนขยายผลทางคดี พลตอศรีวราห์กล่าวว่า จากการประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ) และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าอาวุธปืนทั้งหมดมีทะเบียนถูกต้อง แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบการครอบครองว่าถูกต้องหรือไม่ ส่วนกล้องเล็งไม่เข้าข่ายเป็นยุทธภัณฑ์ สำหรับใบ ป4 อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทางพนักงานสอบสวน บกป ได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานกรณีการครอบครองอาวุธปืนทั้งหมดนั้นเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล เพื่อพิจารณาขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป รอง ผบตรกล่าวต่อว่า ความเกี่ยวพันกับคดีเงินทอนวัดนั้น ก็ยังอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน หากมีผู้ใดเกี่ยวข้อง ก็จะพิจารณาดำเนินคดีทั้งหมด โดยรายละเอียดต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงจะกระทบกับสำนวนคดี แต่ขณะนี้ทางฝ่ายความมั่นคงจะมุ่งเน้นการตรวจสอบในประเด็นการครอบครองอาวุธปืนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถูกใช้งานในเหตุการณ์ใดหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะต้องมีการพิจารณาแจ้งความดำเนินคดีอย่างแน่นอน เขากล่าวว่า ในส่วนของ รทฐิติทัตน์ เนื่องจากเป็นข้าราชการ หากพบประเด็นใดที่เข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ก็จะต้องส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) ดำเนินการต่อไป ซึ่งหลักๆ แล้วที่ตนมาดำเนินการในวันเดียวกันนี้ เป็นเพราะมีการพบอาวุธปืนจำนวนมากจึงต้องมีการตรวจสอบ เพราะอาจเกี่ยวพันกับคดีความมั่นคง ด้าน พลตคณิศรเปิดเผยว่า ในส่วนของกฎหมาย ก็คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการไป และยังต้องรอผลการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่วนทางวินัย ยังไม่ได้มีการพิจารณา สำหรับกรณีการครอบครองอาวุธปืนที่มีจำนวนมากนั้น ก็ไม่สามารถระบุหรือจำกัดได้ว่าเจ้าหน้าที่ทหารต้องมีอาวุธอยู่ในครอบครองเท่าใด เพียงแต่ว่าหลังจากนี้ เมื่อมีหลักฐานปรากฏเช่นนี้ ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบที่มาที่ไปว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะไม่มีข้อกำหนดด้วยว่าต้องครอบครองปืนได้เท่าใด แต่ภารกิจของทหารสังกัด ศรภก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนมากขนาดนี้ มีรายงานว่า รทฐิติทัตน์ มีชื่อเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม ที่กองปราบปรามนำหมายค้น มีความสนิทสนมกับนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาถูกนายพิศิษฐ์ดึงตัวมาช่วยงานที่ สตง ในตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯ สตง นอกจากนี้ ยังปรากฏภาพนายพิศิษฐ์ไปเป็นประธานงานอุปสมบทของ รทฐิติทัตน์ เมื่อวันที่ 5 มิย2559 ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหารอีกด้วย โดยรูปภาพในงานอุปสมบทดังกล่าว มีแขกเหรื่อมาร่วมงานจำนวนมาก รวมถึงนายบุญเลิศ โสภา อดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา พศ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุดการบูรณปฏิสังขรณ์และการพัฒนาวัด ล็อตที่ 2 ขึ้นไปคล้องพวงมาลัยให้กับ รทฐิติทัตน์อีกด้วย ทั้งนี้ การอุปสมบทดังกล่าวของ รทฐิติทัตน์ มีพระพรหมสิทธิ (เจ้าคุณธงชัย) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ และมีพระราชกิจจาภรณ์ (เจ้าคุณเทอด) กับพระเมธีสุทธิกร (เจ้าคุณสังคม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่ถูก พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) แจ้งข้อกล่าวหาคดีเงินทอนวัดในล็อตที่ 3 ร่วมกับพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม (มส) อีก 3 รูป เป็นพระพี่เลี้ยง นอกจากนี้ ยังพบว่า รทฐิติทัตน์ เป็นหลานชายของนายปรีชา นิพนธ์พิทยา อดีต สวจังหวัดนครปฐมอีกด้วย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้รับรายงานการเข้าค้น ส่วนเส้นทางการโอนเงิน 25 ล้านบาท ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับใคร อย่างไรบ้าง เรื่องนี้อยู่ที่ตำรวจ จึงอยากให้ไปสอบถามจากทางตำรวจ ในส่วนของ พศจะดูเรื่องวินัย เรื่องการสอบสวนความผิดของข้าราชการ พศ และการประสานการทำงานควบคู่กับตำรวจ ก็ให้เป็นหน้าที่ของ พศ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทราบว่าเป็นกระบวนการทุจริตงบประมาณแผ่นดินของพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินและอดีตผู้ว่าฯ สตง ออกมาปกป้องพระผู้ใหญ่ โดยพยายามกดดัน แทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ทุกวิถีทาง แต่ตอนนี้มีหลักฐานปรากฏแล้วว่าพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการมหาเถรสมาคม (มส) เฉพาะวัดนี้เบิกงบประมาณแผ่นดินเพื่อใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปแล้วหลายร้อยล้าน ปีละ 60 ล้านบาท โดยกรณีนี้นำเงินหลวงมาเข้าบัญชีวัดที่ตนเป็นเจ้าอาวาส จากนั้นก็โอนเงิน 25 ล้านบาทเข้าบัญชีสีกา แล้วให้สีกาเบิกเงินเป็นแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายคืนให้กับคนที่เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มส แล้วก็นำไปใช้ต่อ พฤติกรรมอย่างนี้ทำให้เชื่อได้ว่าเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินที่ได้จากการทุจริตเงินหลวงแล้ว และล่าสุดทราบว่าพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มสรายนี้ขณะนี้อยู่ต่างประเทศ นายไพบูลย์เชื่อว่า การตรวจสอบทุจริตเงินหลวงของพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการ มส โดยหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังขบวนการหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกมาก เป็นความเข้มแข็งของการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลในยุคนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ และการจัดการทรัพย์สินวัดและพระภิกษุให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย ตามแนวทางที่คณะผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปเสนอนโยบายแก้ไขปัญหา โดยให้มี พรบคณะสงฆ์ฉบับ ธรรมาธิปไตย ขึ้น ขณะที่สำนักข่าวอิศรา ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวในหน่วยงานตรวจสอบว่า หจก ดี ดี ทวีคูณ ปรากฏชื่อเข้าไปรับงานเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์วัดแห่งหนึ่งมาโดยตลอด ขณะที่ นสนุชรา สิทธินอก มีฐานะเป็นตัวแทน หรือนอมินี ให้เข้ามาช่วยถือหุ้นแทนเท่านั้น ส่วนเจ้าของ หจกตัวจริง ถูกระบุว่าแท้จริงแล้ว คือแม่ของ รตฐิติทัตน์นั่นเอง เบื้องต้น นสนุชราให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ปปง ว่าปกติมีอาชีพขายลูกชิ้นอยู่ที่ตลาดสี่มุมเมือง แต่มารับทำงานเสริมเป็นแม่บ้าน ช่วยเลี้ยงดูบุตรหลานให้กับเจ้าของบ้าน พร้อมกับยอมรับว่าเป็นผู้รับเงินที่โอนมาจากทางวัด และมีการเบิกเงินออกมาจริง เนื่องจากคนในบ้านคนหนึ่งที่สนิทสนมกับตนเองได้มาขอให้ช่วยเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งหลังจากที่มีเงินเข้ามาแล้วก็จะไปทำการถอนออกให้ ขณะที่แหล่งข่าวจากกองทัพไทยให้ข้อมูลยืนยันว่า รตฐิติทัตน์เข้ามารับราชการทหารเพราะมีผู้ใหญ่ฝากมาทำงานในกองทัพ แต่หลังจากได้รับการบรรจุเข้ารับราชการที่ ศรภแล้ว ไม่เคยเข้ามาทำงานที่ ศรภแต่อย่างใด ตั้งแต่รองเสธ จนกระทั่งเป็นเสธ ก่อนที่จะมีการทำเรื่องขอตัวจาก สนเสธทหาร ไปช่วยราชการติดตาม พลอพรพิพัฒน์ เบญจศรี แต่ก็มีข่าวว่า รตฐิติทัตน์มักจะไปปรากฏตัวที่วัดสระเกศฯ เนื่องจากเป็นคนสนิทเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เข้านอกออกในวัดอยู่เป็นประจำ,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนร่างพรบการเทียบตำแหน่งของข้าราชการทหารกับข้าราชการพลเรือนพศ ที่ส่วนราชการเป็นผู้นำเสนอนั้น ได้มีการนำร่างพรบดังกล่าวไปสอบถามความเห็นจากประชาชนผ่านทางเว็ปไซต์wwwsenategoth ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช)ระหว่างวันที่1-15 พค 2561 มีผู้เข้ามาตอบแบบสอบถามแสดงความคิดเห็น จำนวน 231คน ปรากฏว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 225คนหรือ 97 % ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในร่างพรบดังกล่าว ส่วนใหญ่มองว่า เกรงว่าจะเป็นการให้ทหารเข้าแฝงตัวเข้ามาก้าวก่ายองค์กรอิสระ ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ถ้าให้พลตเทียบเท่าอธิบดีได้เท่ากับกองทัพมีอธิบดีนับพันคน เกรงจะเป็นการแทรกแซงของทหารในองค์กรต่างๆ และบางส่วนเห็นว่าข้าราชการทหารระดับหัวหน้าส่วนราชการน่าจะมีเพียงผบทหารสูงสุด และผบเหล่าทัพ ไม่ควรหมายความรวมถึง กรมกองต่างๆในสังกัดกระทรวงกลาโหม หากจะให้ทหารยศพลตเทียบเคียงกับระดับอธิบดีได้ ควรกำหนดให้ตำแหน่งข้าราชการอื่นๆ เช่น ตำรวจ อัยการ ศาล รัฐวิสาหกิจ เทียบเคียงกันได้ด้วย。สุดอั้น!คนไทยเตรียมกินข้าวแพง หอมมะลิ ทะลุ 300บาท/ถุง 18 พฤษภาคม พศ 2561 เวลา 09:16 น 。

แมวพ่นไฟ 2021-06-13 01:26:20

ด้านนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี เปิดเผยว่า ส่วนกรณีโทรศัพท์มือถือของ นสนา เจ๊ะอาลี ที่เจ้าหน้าที่ยึดไว้เป็นของกลางนั้น จากการตรวจสอบในเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง พบว่า หมายเลขโทรศัพท์เบอร์ดังกล่าวมีส่วนพัวพันและโยงใยกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อสุไหงปาดี และ อสุไหงโก-ลก เมื่อปี พศ 2560 ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะทำการขยายผล นสนา เจ๊ะอาลี ถึงที่มาที่ไปของโทรศัพท์หมายเลขดังกล่าวต่อไป, พันกันไปหมด! เงินทอนวัดโยงไปถึงคลังแสง เปิดตัว รทฐิติทัตน์ ประวัติไม่ธรรมดา หลานชายอดีต สวนครปฐม เด็กอดีตผู้ว่าฯ สตง แฉงานบวชมาครบทีม เจ้าคุณธงชัย วัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าคุณเทอด เจ้าคุณสังคม ล็อต 3 เป็นพระพี่เลี้ยง ไปกันใหญ่ ศรีวราห์ ชี้อาจเกี่ยวคดีความมั่นคงด้วย พลตอศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ ร่วมกับ พลตคณิศร สุนทรธีมากร ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช), พอบุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คสช แถลงข่าวกรณีที่ พตอจรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบกป และ พตอธงชัย อยู่เกษ ผกก1 บกป นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าตรวจบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม ภายหลังสืบทราบว่าบุคคลที่พักอาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินงบประมาณเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือคดีเงินทอนวัด โดยพบว่ามีการโอนเงิน 25 ล้านบาท มายังบัญชีธนาคารของ นสนุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี ทั้งนี้ จากการตรวจค้นบ้านพักหลังนี้ พบว่ามี รทฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ) กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเจ้าของบ้าน รวมทั้ง นสนุชรา ตรวจสอบพบตู้เซฟ 3 ใบ อาวุธปืนยาว 4 กระบอก ได้แก่ ปืนลูกซอง 3 กระบอก และปืนลูกกด 1 กระบอก, ปืนสั้น 18 กระบอก ขนาด 9 และ 11 มม พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวม 1,005 นัด รวมทั้งทองรูปพรรณ แหวนเพชร และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ หลายรายการ เอกสารเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนและของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบที่มาที่ไป ก่อนสืบสวนขยายผลทางคดี พลตอศรีวราห์กล่าวว่า จากการประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ) และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าอาวุธปืนทั้งหมดมีทะเบียนถูกต้อง แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบการครอบครองว่าถูกต้องหรือไม่ ส่วนกล้องเล็งไม่เข้าข่ายเป็นยุทธภัณฑ์ สำหรับใบ ป4 อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทางพนักงานสอบสวน บกป ได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานกรณีการครอบครองอาวุธปืนทั้งหมดนั้นเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล เพื่อพิจารณาขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป รอง ผบตรกล่าวต่อว่า ความเกี่ยวพันกับคดีเงินทอนวัดนั้น ก็ยังอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน หากมีผู้ใดเกี่ยวข้อง ก็จะพิจารณาดำเนินคดีทั้งหมด โดยรายละเอียดต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงจะกระทบกับสำนวนคดี แต่ขณะนี้ทางฝ่ายความมั่นคงจะมุ่งเน้นการตรวจสอบในประเด็นการครอบครองอาวุธปืนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถูกใช้งานในเหตุการณ์ใดหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะต้องมีการพิจารณาแจ้งความดำเนินคดีอย่างแน่นอน เขากล่าวว่า ในส่วนของ รทฐิติทัตน์ เนื่องจากเป็นข้าราชการ หากพบประเด็นใดที่เข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ก็จะต้องส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) ดำเนินการต่อไป ซึ่งหลักๆ แล้วที่ตนมาดำเนินการในวันเดียวกันนี้ เป็นเพราะมีการพบอาวุธปืนจำนวนมากจึงต้องมีการตรวจสอบ เพราะอาจเกี่ยวพันกับคดีความมั่นคง ด้าน พลตคณิศรเปิดเผยว่า ในส่วนของกฎหมาย ก็คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการไป และยังต้องรอผลการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่วนทางวินัย ยังไม่ได้มีการพิจารณา สำหรับกรณีการครอบครองอาวุธปืนที่มีจำนวนมากนั้น ก็ไม่สามารถระบุหรือจำกัดได้ว่าเจ้าหน้าที่ทหารต้องมีอาวุธอยู่ในครอบครองเท่าใด เพียงแต่ว่าหลังจากนี้ เมื่อมีหลักฐานปรากฏเช่นนี้ ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบที่มาที่ไปว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะไม่มีข้อกำหนดด้วยว่าต้องครอบครองปืนได้เท่าใด แต่ภารกิจของทหารสังกัด ศรภก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนมากขนาดนี้ มีรายงานว่า รทฐิติทัตน์ มีชื่อเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม ที่กองปราบปรามนำหมายค้น มีความสนิทสนมกับนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาถูกนายพิศิษฐ์ดึงตัวมาช่วยงานที่ สตง ในตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯ สตง นอกจากนี้ ยังปรากฏภาพนายพิศิษฐ์ไปเป็นประธานงานอุปสมบทของ รทฐิติทัตน์ เมื่อวันที่ 5 มิย2559 ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหารอีกด้วย โดยรูปภาพในงานอุปสมบทดังกล่าว มีแขกเหรื่อมาร่วมงานจำนวนมาก รวมถึงนายบุญเลิศ โสภา อดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา พศ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุดการบูรณปฏิสังขรณ์และการพัฒนาวัด ล็อตที่ 2 ขึ้นไปคล้องพวงมาลัยให้กับ รทฐิติทัตน์อีกด้วย ทั้งนี้ การอุปสมบทดังกล่าวของ รทฐิติทัตน์ มีพระพรหมสิทธิ (เจ้าคุณธงชัย) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ และมีพระราชกิจจาภรณ์ (เจ้าคุณเทอด) กับพระเมธีสุทธิกร (เจ้าคุณสังคม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่ถูก พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) แจ้งข้อกล่าวหาคดีเงินทอนวัดในล็อตที่ 3 ร่วมกับพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม (มส) อีก 3 รูป เป็นพระพี่เลี้ยง นอกจากนี้ ยังพบว่า รทฐิติทัตน์ เป็นหลานชายของนายปรีชา นิพนธ์พิทยา อดีต สวจังหวัดนครปฐมอีกด้วย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้รับรายงานการเข้าค้น ส่วนเส้นทางการโอนเงิน 25 ล้านบาท ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับใคร อย่างไรบ้าง เรื่องนี้อยู่ที่ตำรวจ จึงอยากให้ไปสอบถามจากทางตำรวจ ในส่วนของ พศจะดูเรื่องวินัย เรื่องการสอบสวนความผิดของข้าราชการ พศ และการประสานการทำงานควบคู่กับตำรวจ ก็ให้เป็นหน้าที่ของ พศ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทราบว่าเป็นกระบวนการทุจริตงบประมาณแผ่นดินของพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินและอดีตผู้ว่าฯ สตง ออกมาปกป้องพระผู้ใหญ่ โดยพยายามกดดัน แทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ทุกวิถีทาง แต่ตอนนี้มีหลักฐานปรากฏแล้วว่าพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการมหาเถรสมาคม (มส) เฉพาะวัดนี้เบิกงบประมาณแผ่นดินเพื่อใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปแล้วหลายร้อยล้าน ปีละ 60 ล้านบาท โดยกรณีนี้นำเงินหลวงมาเข้าบัญชีวัดที่ตนเป็นเจ้าอาวาส จากนั้นก็โอนเงิน 25 ล้านบาทเข้าบัญชีสีกา แล้วให้สีกาเบิกเงินเป็นแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายคืนให้กับคนที่เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มส แล้วก็นำไปใช้ต่อ พฤติกรรมอย่างนี้ทำให้เชื่อได้ว่าเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินที่ได้จากการทุจริตเงินหลวงแล้ว และล่าสุดทราบว่าพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มสรายนี้ขณะนี้อยู่ต่างประเทศ นายไพบูลย์เชื่อว่า การตรวจสอบทุจริตเงินหลวงของพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการ มส โดยหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังขบวนการหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกมาก เป็นความเข้มแข็งของการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลในยุคนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ และการจัดการทรัพย์สินวัดและพระภิกษุให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย ตามแนวทางที่คณะผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปเสนอนโยบายแก้ไขปัญหา โดยให้มี พรบคณะสงฆ์ฉบับ ธรรมาธิปไตย ขึ้น ขณะที่สำนักข่าวอิศรา ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวในหน่วยงานตรวจสอบว่า หจก ดี ดี ทวีคูณ ปรากฏชื่อเข้าไปรับงานเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์วัดแห่งหนึ่งมาโดยตลอด ขณะที่ นสนุชรา สิทธินอก มีฐานะเป็นตัวแทน หรือนอมินี ให้เข้ามาช่วยถือหุ้นแทนเท่านั้น ส่วนเจ้าของ หจกตัวจริง ถูกระบุว่าแท้จริงแล้ว คือแม่ของ รตฐิติทัตน์นั่นเอง เบื้องต้น นสนุชราให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ปปง ว่าปกติมีอาชีพขายลูกชิ้นอยู่ที่ตลาดสี่มุมเมือง แต่มารับทำงานเสริมเป็นแม่บ้าน ช่วยเลี้ยงดูบุตรหลานให้กับเจ้าของบ้าน พร้อมกับยอมรับว่าเป็นผู้รับเงินที่โอนมาจากทางวัด และมีการเบิกเงินออกมาจริง เนื่องจากคนในบ้านคนหนึ่งที่สนิทสนมกับตนเองได้มาขอให้ช่วยเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งหลังจากที่มีเงินเข้ามาแล้วก็จะไปทำการถอนออกให้ ขณะที่แหล่งข่าวจากกองทัพไทยให้ข้อมูลยืนยันว่า รตฐิติทัตน์เข้ามารับราชการทหารเพราะมีผู้ใหญ่ฝากมาทำงานในกองทัพ แต่หลังจากได้รับการบรรจุเข้ารับราชการที่ ศรภแล้ว ไม่เคยเข้ามาทำงานที่ ศรภแต่อย่างใด ตั้งแต่รองเสธ จนกระทั่งเป็นเสธ ก่อนที่จะมีการทำเรื่องขอตัวจาก สนเสธทหาร ไปช่วยราชการติดตาม พลอพรพิพัฒน์ เบญจศรี แต่ก็มีข่าวว่า รตฐิติทัตน์มักจะไปปรากฏตัวที่วัดสระเกศฯ เนื่องจากเป็นคนสนิทเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เข้านอกออกในวัดอยู่เป็นประจำ。 ถ้าเลือกตั้งมีผลออกมาไม่เป็นดังที่ปักใจมั่น นั่นมาจากประชาชนเบื่อหน่ายนักเลือกตั้งพาล 。

ชู ซัง คิง 2021-06-13 01:26:20

มาเป็นระลอกจริงๆ สำหรับคดีทุจริตเงินทอนวัด หลังล่าสุดกองปราบปราม ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) นำหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรีเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลีรามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม ที่มีชื่อ รทฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ) กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเจ้าของ,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนร่างพรบการเทียบตำแหน่งของข้าราชการทหารกับข้าราชการพลเรือนพศ ที่ส่วนราชการเป็นผู้นำเสนอนั้น ได้มีการนำร่างพรบดังกล่าวไปสอบถามความเห็นจากประชาชนผ่านทางเว็ปไซต์wwwsenategoth ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช)ระหว่างวันที่1-15 พค 2561 มีผู้เข้ามาตอบแบบสอบถามแสดงความคิดเห็น จำนวน 231คน ปรากฏว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 225คนหรือ 97 % ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในร่างพรบดังกล่าว ส่วนใหญ่มองว่า เกรงว่าจะเป็นการให้ทหารเข้าแฝงตัวเข้ามาก้าวก่ายองค์กรอิสระ ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ถ้าให้พลตเทียบเท่าอธิบดีได้เท่ากับกองทัพมีอธิบดีนับพันคน เกรงจะเป็นการแทรกแซงของทหารในองค์กรต่างๆ และบางส่วนเห็นว่าข้าราชการทหารระดับหัวหน้าส่วนราชการน่าจะมีเพียงผบทหารสูงสุด และผบเหล่าทัพ ไม่ควรหมายความรวมถึง กรมกองต่างๆในสังกัดกระทรวงกลาโหม หากจะให้ทหารยศพลตเทียบเคียงกับระดับอธิบดีได้ ควรกำหนดให้ตำแหน่งข้าราชการอื่นๆ เช่น ตำรวจ อัยการ ศาล รัฐวิสาหกิจ เทียบเคียงกันได้ด้วย。 พันกันไปหมด! เงินทอนวัดโยงไปถึงคลังแสง เปิดตัว รทฐิติทัตน์ ประวัติไม่ธรรมดา หลานชายอดีต สวนครปฐม เด็กอดีตผู้ว่าฯ สตง แฉงานบวชมาครบทีม เจ้าคุณธงชัย วัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าคุณเทอด เจ้าคุณสังคม ล็อต 3 เป็นพระพี่เลี้ยง ไปกันใหญ่ ศรีวราห์ ชี้อาจเกี่ยวคดีความมั่นคงด้วย พลตอศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ ร่วมกับ พลตคณิศร สุนทรธีมากร ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช), พอบุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คสช แถลงข่าวกรณีที่ พตอจรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบกป และ พตอธงชัย อยู่เกษ ผกก1 บกป นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าตรวจบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม ภายหลังสืบทราบว่าบุคคลที่พักอาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินงบประมาณเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือคดีเงินทอนวัด โดยพบว่ามีการโอนเงิน 25 ล้านบาท มายังบัญชีธนาคารของ นสนุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี ทั้งนี้ จากการตรวจค้นบ้านพักหลังนี้ พบว่ามี รทฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ) กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเจ้าของบ้าน รวมทั้ง นสนุชรา ตรวจสอบพบตู้เซฟ 3 ใบ อาวุธปืนยาว 4 กระบอก ได้แก่ ปืนลูกซอง 3 กระบอก และปืนลูกกด 1 กระบอก, ปืนสั้น 18 กระบอก ขนาด 9 และ 11 มม พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวม 1,005 นัด รวมทั้งทองรูปพรรณ แหวนเพชร และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ หลายรายการ เอกสารเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนและของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบที่มาที่ไป ก่อนสืบสวนขยายผลทางคดี พลตอศรีวราห์กล่าวว่า จากการประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ) และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าอาวุธปืนทั้งหมดมีทะเบียนถูกต้อง แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบการครอบครองว่าถูกต้องหรือไม่ ส่วนกล้องเล็งไม่เข้าข่ายเป็นยุทธภัณฑ์ สำหรับใบ ป4 อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทางพนักงานสอบสวน บกป ได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานกรณีการครอบครองอาวุธปืนทั้งหมดนั้นเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล เพื่อพิจารณาขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป รอง ผบตรกล่าวต่อว่า ความเกี่ยวพันกับคดีเงินทอนวัดนั้น ก็ยังอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน หากมีผู้ใดเกี่ยวข้อง ก็จะพิจารณาดำเนินคดีทั้งหมด โดยรายละเอียดต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงจะกระทบกับสำนวนคดี แต่ขณะนี้ทางฝ่ายความมั่นคงจะมุ่งเน้นการตรวจสอบในประเด็นการครอบครองอาวุธปืนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถูกใช้งานในเหตุการณ์ใดหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะต้องมีการพิจารณาแจ้งความดำเนินคดีอย่างแน่นอน เขากล่าวว่า ในส่วนของ รทฐิติทัตน์ เนื่องจากเป็นข้าราชการ หากพบประเด็นใดที่เข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ก็จะต้องส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) ดำเนินการต่อไป ซึ่งหลักๆ แล้วที่ตนมาดำเนินการในวันเดียวกันนี้ เป็นเพราะมีการพบอาวุธปืนจำนวนมากจึงต้องมีการตรวจสอบ เพราะอาจเกี่ยวพันกับคดีความมั่นคง ด้าน พลตคณิศรเปิดเผยว่า ในส่วนของกฎหมาย ก็คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการไป และยังต้องรอผลการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่วนทางวินัย ยังไม่ได้มีการพิจารณา สำหรับกรณีการครอบครองอาวุธปืนที่มีจำนวนมากนั้น ก็ไม่สามารถระบุหรือจำกัดได้ว่าเจ้าหน้าที่ทหารต้องมีอาวุธอยู่ในครอบครองเท่าใด เพียงแต่ว่าหลังจากนี้ เมื่อมีหลักฐานปรากฏเช่นนี้ ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบที่มาที่ไปว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะไม่มีข้อกำหนดด้วยว่าต้องครอบครองปืนได้เท่าใด แต่ภารกิจของทหารสังกัด ศรภก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนมากขนาดนี้ มีรายงานว่า รทฐิติทัตน์ มีชื่อเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม ที่กองปราบปรามนำหมายค้น มีความสนิทสนมกับนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาถูกนายพิศิษฐ์ดึงตัวมาช่วยงานที่ สตง ในตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯ สตง นอกจากนี้ ยังปรากฏภาพนายพิศิษฐ์ไปเป็นประธานงานอุปสมบทของ รทฐิติทัตน์ เมื่อวันที่ 5 มิย2559 ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหารอีกด้วย โดยรูปภาพในงานอุปสมบทดังกล่าว มีแขกเหรื่อมาร่วมงานจำนวนมาก รวมถึงนายบุญเลิศ โสภา อดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา พศ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุดการบูรณปฏิสังขรณ์และการพัฒนาวัด ล็อตที่ 2 ขึ้นไปคล้องพวงมาลัยให้กับ รทฐิติทัตน์อีกด้วย ทั้งนี้ การอุปสมบทดังกล่าวของ รทฐิติทัตน์ มีพระพรหมสิทธิ (เจ้าคุณธงชัย) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ และมีพระราชกิจจาภรณ์ (เจ้าคุณเทอด) กับพระเมธีสุทธิกร (เจ้าคุณสังคม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่ถูก พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) แจ้งข้อกล่าวหาคดีเงินทอนวัดในล็อตที่ 3 ร่วมกับพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม (มส) อีก 3 รูป เป็นพระพี่เลี้ยง นอกจากนี้ ยังพบว่า รทฐิติทัตน์ เป็นหลานชายของนายปรีชา นิพนธ์พิทยา อดีต สวจังหวัดนครปฐมอีกด้วย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้รับรายงานการเข้าค้น ส่วนเส้นทางการโอนเงิน 25 ล้านบาท ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับใคร อย่างไรบ้าง เรื่องนี้อยู่ที่ตำรวจ จึงอยากให้ไปสอบถามจากทางตำรวจ ในส่วนของ พศจะดูเรื่องวินัย เรื่องการสอบสวนความผิดของข้าราชการ พศ และการประสานการทำงานควบคู่กับตำรวจ ก็ให้เป็นหน้าที่ของ พศ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทราบว่าเป็นกระบวนการทุจริตงบประมาณแผ่นดินของพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินและอดีตผู้ว่าฯ สตง ออกมาปกป้องพระผู้ใหญ่ โดยพยายามกดดัน แทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ทุกวิถีทาง แต่ตอนนี้มีหลักฐานปรากฏแล้วว่าพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการมหาเถรสมาคม (มส) เฉพาะวัดนี้เบิกงบประมาณแผ่นดินเพื่อใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปแล้วหลายร้อยล้าน ปีละ 60 ล้านบาท โดยกรณีนี้นำเงินหลวงมาเข้าบัญชีวัดที่ตนเป็นเจ้าอาวาส จากนั้นก็โอนเงิน 25 ล้านบาทเข้าบัญชีสีกา แล้วให้สีกาเบิกเงินเป็นแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายคืนให้กับคนที่เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มส แล้วก็นำไปใช้ต่อ พฤติกรรมอย่างนี้ทำให้เชื่อได้ว่าเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินที่ได้จากการทุจริตเงินหลวงแล้ว และล่าสุดทราบว่าพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มสรายนี้ขณะนี้อยู่ต่างประเทศ นายไพบูลย์เชื่อว่า การตรวจสอบทุจริตเงินหลวงของพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการ มส โดยหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังขบวนการหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกมาก เป็นความเข้มแข็งของการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลในยุคนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ และการจัดการทรัพย์สินวัดและพระภิกษุให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย ตามแนวทางที่คณะผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปเสนอนโยบายแก้ไขปัญหา โดยให้มี พรบคณะสงฆ์ฉบับ ธรรมาธิปไตย ขึ้น ขณะที่สำนักข่าวอิศรา ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวในหน่วยงานตรวจสอบว่า หจก ดี ดี ทวีคูณ ปรากฏชื่อเข้าไปรับงานเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์วัดแห่งหนึ่งมาโดยตลอด ขณะที่ นสนุชรา สิทธินอก มีฐานะเป็นตัวแทน หรือนอมินี ให้เข้ามาช่วยถือหุ้นแทนเท่านั้น ส่วนเจ้าของ หจกตัวจริง ถูกระบุว่าแท้จริงแล้ว คือแม่ของ รตฐิติทัตน์นั่นเอง เบื้องต้น นสนุชราให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ปปง ว่าปกติมีอาชีพขายลูกชิ้นอยู่ที่ตลาดสี่มุมเมือง แต่มารับทำงานเสริมเป็นแม่บ้าน ช่วยเลี้ยงดูบุตรหลานให้กับเจ้าของบ้าน พร้อมกับยอมรับว่าเป็นผู้รับเงินที่โอนมาจากทางวัด และมีการเบิกเงินออกมาจริง เนื่องจากคนในบ้านคนหนึ่งที่สนิทสนมกับตนเองได้มาขอให้ช่วยเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งหลังจากที่มีเงินเข้ามาแล้วก็จะไปทำการถอนออกให้ ขณะที่แหล่งข่าวจากกองทัพไทยให้ข้อมูลยืนยันว่า รตฐิติทัตน์เข้ามารับราชการทหารเพราะมีผู้ใหญ่ฝากมาทำงานในกองทัพ แต่หลังจากได้รับการบรรจุเข้ารับราชการที่ ศรภแล้ว ไม่เคยเข้ามาทำงานที่ ศรภแต่อย่างใด ตั้งแต่รองเสธ จนกระทั่งเป็นเสธ ก่อนที่จะมีการทำเรื่องขอตัวจาก สนเสธทหาร ไปช่วยราชการติดตาม พลอพรพิพัฒน์ เบญจศรี แต่ก็มีข่าวว่า รตฐิติทัตน์มักจะไปปรากฏตัวที่วัดสระเกศฯ เนื่องจากเป็นคนสนิทเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เข้านอกออกในวัดอยู่เป็นประจำ。

ซิ่ง 2021-06-13 01:26:20

MACO สยายปีกอาเซียน ทุ่ม 360 ล้านบาท ซื้อ VGI มาเลเชีย 18 พฤษภาคม พศ 2561 เวลา 09:42 น , พันกันไปหมด! เงินทอนวัดโยงไปถึงคลังแสง เปิดตัว รทฐิติทัตน์ ประวัติไม่ธรรมดา หลานชายอดีต สวนครปฐม เด็กอดีตผู้ว่าฯ สตง แฉงานบวชมาครบทีม เจ้าคุณธงชัย วัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าคุณเทอด เจ้าคุณสังคม ล็อต 3 เป็นพระพี่เลี้ยง ไปกันใหญ่ ศรีวราห์ ชี้อาจเกี่ยวคดีความมั่นคงด้วย พลตอศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ ร่วมกับ พลตคณิศร สุนทรธีมากร ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช), พอบุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คสช แถลงข่าวกรณีที่ พตอจรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบกป และ พตอธงชัย อยู่เกษ ผกก1 บกป นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าตรวจบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม ภายหลังสืบทราบว่าบุคคลที่พักอาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินงบประมาณเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือคดีเงินทอนวัด โดยพบว่ามีการโอนเงิน 25 ล้านบาท มายังบัญชีธนาคารของ นสนุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี ทั้งนี้ จากการตรวจค้นบ้านพักหลังนี้ พบว่ามี รทฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ) กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเจ้าของบ้าน รวมทั้ง นสนุชรา ตรวจสอบพบตู้เซฟ 3 ใบ อาวุธปืนยาว 4 กระบอก ได้แก่ ปืนลูกซอง 3 กระบอก และปืนลูกกด 1 กระบอก, ปืนสั้น 18 กระบอก ขนาด 9 และ 11 มม พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวม 1,005 นัด รวมทั้งทองรูปพรรณ แหวนเพชร และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ หลายรายการ เอกสารเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนและของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบที่มาที่ไป ก่อนสืบสวนขยายผลทางคดี พลตอศรีวราห์กล่าวว่า จากการประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ) และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าอาวุธปืนทั้งหมดมีทะเบียนถูกต้อง แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบการครอบครองว่าถูกต้องหรือไม่ ส่วนกล้องเล็งไม่เข้าข่ายเป็นยุทธภัณฑ์ สำหรับใบ ป4 อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทางพนักงานสอบสวน บกป ได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานกรณีการครอบครองอาวุธปืนทั้งหมดนั้นเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล เพื่อพิจารณาขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป รอง ผบตรกล่าวต่อว่า ความเกี่ยวพันกับคดีเงินทอนวัดนั้น ก็ยังอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน หากมีผู้ใดเกี่ยวข้อง ก็จะพิจารณาดำเนินคดีทั้งหมด โดยรายละเอียดต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงจะกระทบกับสำนวนคดี แต่ขณะนี้ทางฝ่ายความมั่นคงจะมุ่งเน้นการตรวจสอบในประเด็นการครอบครองอาวุธปืนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถูกใช้งานในเหตุการณ์ใดหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะต้องมีการพิจารณาแจ้งความดำเนินคดีอย่างแน่นอน เขากล่าวว่า ในส่วนของ รทฐิติทัตน์ เนื่องจากเป็นข้าราชการ หากพบประเด็นใดที่เข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ก็จะต้องส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) ดำเนินการต่อไป ซึ่งหลักๆ แล้วที่ตนมาดำเนินการในวันเดียวกันนี้ เป็นเพราะมีการพบอาวุธปืนจำนวนมากจึงต้องมีการตรวจสอบ เพราะอาจเกี่ยวพันกับคดีความมั่นคง ด้าน พลตคณิศรเปิดเผยว่า ในส่วนของกฎหมาย ก็คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการไป และยังต้องรอผลการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่วนทางวินัย ยังไม่ได้มีการพิจารณา สำหรับกรณีการครอบครองอาวุธปืนที่มีจำนวนมากนั้น ก็ไม่สามารถระบุหรือจำกัดได้ว่าเจ้าหน้าที่ทหารต้องมีอาวุธอยู่ในครอบครองเท่าใด เพียงแต่ว่าหลังจากนี้ เมื่อมีหลักฐานปรากฏเช่นนี้ ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบที่มาที่ไปว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะไม่มีข้อกำหนดด้วยว่าต้องครอบครองปืนได้เท่าใด แต่ภารกิจของทหารสังกัด ศรภก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนมากขนาดนี้ มีรายงานว่า รทฐิติทัตน์ มีชื่อเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม ที่กองปราบปรามนำหมายค้น มีความสนิทสนมกับนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาถูกนายพิศิษฐ์ดึงตัวมาช่วยงานที่ สตง ในตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯ สตง นอกจากนี้ ยังปรากฏภาพนายพิศิษฐ์ไปเป็นประธานงานอุปสมบทของ รทฐิติทัตน์ เมื่อวันที่ 5 มิย2559 ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหารอีกด้วย โดยรูปภาพในงานอุปสมบทดังกล่าว มีแขกเหรื่อมาร่วมงานจำนวนมาก รวมถึงนายบุญเลิศ โสภา อดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา พศ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุดการบูรณปฏิสังขรณ์และการพัฒนาวัด ล็อตที่ 2 ขึ้นไปคล้องพวงมาลัยให้กับ รทฐิติทัตน์อีกด้วย ทั้งนี้ การอุปสมบทดังกล่าวของ รทฐิติทัตน์ มีพระพรหมสิทธิ (เจ้าคุณธงชัย) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ และมีพระราชกิจจาภรณ์ (เจ้าคุณเทอด) กับพระเมธีสุทธิกร (เจ้าคุณสังคม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่ถูก พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) แจ้งข้อกล่าวหาคดีเงินทอนวัดในล็อตที่ 3 ร่วมกับพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม (มส) อีก 3 รูป เป็นพระพี่เลี้ยง นอกจากนี้ ยังพบว่า รทฐิติทัตน์ เป็นหลานชายของนายปรีชา นิพนธ์พิทยา อดีต สวจังหวัดนครปฐมอีกด้วย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้รับรายงานการเข้าค้น ส่วนเส้นทางการโอนเงิน 25 ล้านบาท ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับใคร อย่างไรบ้าง เรื่องนี้อยู่ที่ตำรวจ จึงอยากให้ไปสอบถามจากทางตำรวจ ในส่วนของ พศจะดูเรื่องวินัย เรื่องการสอบสวนความผิดของข้าราชการ พศ และการประสานการทำงานควบคู่กับตำรวจ ก็ให้เป็นหน้าที่ของ พศ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทราบว่าเป็นกระบวนการทุจริตงบประมาณแผ่นดินของพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินและอดีตผู้ว่าฯ สตง ออกมาปกป้องพระผู้ใหญ่ โดยพยายามกดดัน แทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ทุกวิถีทาง แต่ตอนนี้มีหลักฐานปรากฏแล้วว่าพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการมหาเถรสมาคม (มส) เฉพาะวัดนี้เบิกงบประมาณแผ่นดินเพื่อใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปแล้วหลายร้อยล้าน ปีละ 60 ล้านบาท โดยกรณีนี้นำเงินหลวงมาเข้าบัญชีวัดที่ตนเป็นเจ้าอาวาส จากนั้นก็โอนเงิน 25 ล้านบาทเข้าบัญชีสีกา แล้วให้สีกาเบิกเงินเป็นแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายคืนให้กับคนที่เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มส แล้วก็นำไปใช้ต่อ พฤติกรรมอย่างนี้ทำให้เชื่อได้ว่าเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินที่ได้จากการทุจริตเงินหลวงแล้ว และล่าสุดทราบว่าพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มสรายนี้ขณะนี้อยู่ต่างประเทศ นายไพบูลย์เชื่อว่า การตรวจสอบทุจริตเงินหลวงของพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการ มส โดยหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังขบวนการหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกมาก เป็นความเข้มแข็งของการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลในยุคนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ และการจัดการทรัพย์สินวัดและพระภิกษุให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย ตามแนวทางที่คณะผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปเสนอนโยบายแก้ไขปัญหา โดยให้มี พรบคณะสงฆ์ฉบับ ธรรมาธิปไตย ขึ้น ขณะที่สำนักข่าวอิศรา ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวในหน่วยงานตรวจสอบว่า หจก ดี ดี ทวีคูณ ปรากฏชื่อเข้าไปรับงานเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์วัดแห่งหนึ่งมาโดยตลอด ขณะที่ นสนุชรา สิทธินอก มีฐานะเป็นตัวแทน หรือนอมินี ให้เข้ามาช่วยถือหุ้นแทนเท่านั้น ส่วนเจ้าของ หจกตัวจริง ถูกระบุว่าแท้จริงแล้ว คือแม่ของ รตฐิติทัตน์นั่นเอง เบื้องต้น นสนุชราให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ปปง ว่าปกติมีอาชีพขายลูกชิ้นอยู่ที่ตลาดสี่มุมเมือง แต่มารับทำงานเสริมเป็นแม่บ้าน ช่วยเลี้ยงดูบุตรหลานให้กับเจ้าของบ้าน พร้อมกับยอมรับว่าเป็นผู้รับเงินที่โอนมาจากทางวัด และมีการเบิกเงินออกมาจริง เนื่องจากคนในบ้านคนหนึ่งที่สนิทสนมกับตนเองได้มาขอให้ช่วยเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งหลังจากที่มีเงินเข้ามาแล้วก็จะไปทำการถอนออกให้ ขณะที่แหล่งข่าวจากกองทัพไทยให้ข้อมูลยืนยันว่า รตฐิติทัตน์เข้ามารับราชการทหารเพราะมีผู้ใหญ่ฝากมาทำงานในกองทัพ แต่หลังจากได้รับการบรรจุเข้ารับราชการที่ ศรภแล้ว ไม่เคยเข้ามาทำงานที่ ศรภแต่อย่างใด ตั้งแต่รองเสธ จนกระทั่งเป็นเสธ ก่อนที่จะมีการทำเรื่องขอตัวจาก สนเสธทหาร ไปช่วยราชการติดตาม พลอพรพิพัฒน์ เบญจศรี แต่ก็มีข่าวว่า รตฐิติทัตน์มักจะไปปรากฏตัวที่วัดสระเกศฯ เนื่องจากเป็นคนสนิทเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เข้านอกออกในวัดอยู่เป็นประจำ。นายประนอม เชิมชัยภูมิ คณะกรรมการเสริมสร้างศักยภาพผู้นำองค์กรชุมชนภาคเหนือ กล่าวว่า การจัดการสัมมนาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้นำขบวนองค์กรชุมชน 15 จังหวัดภาคเหนือสามารถจัดทำแผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาในชุมชนท้องถิ่นของตนเองได้ นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้นำชุมชนสามารถใช้พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พศ2551 เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้นำชุมชนหลายแห่งรับรู้ว่ามี พรบสภาองค์กรชุมชนฯ หรือจัดตั้งสภาฯ แล้ว แต่ยังไม่รู้วิธีการที่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

สมัคร เกม โจ๊ก เกอร์ 888 zombie| สล็อต888ฟรีเครดิต 2020 pantip| เว็บสล็อต youtube| สมัครเว็บ 888 dtac| สมัครคาสิโนปอยเปต galaxy| คาสิโนออนไลน์ ฟรีเงิน2019 b2| joker slot 8888 free fire| fafa855bet เครดิตฟรี np| สมัคร ค่า สิ โน 2020 cimb| สมัครเว็บพนัน ฟรีเครดิต worldwide| สมัครเว็บพนัน ฟรีเครดิต blackpink| jokerwin888 you| เว็บ ค่า สิ โน ยอดนิยม quest| casino 888 club web| สล็อต777คาสิโนออนไลน์ pantip| up2you คา สิ โน tv| สมัครสมาชิกbetzod| slot168 joker vip| mm88poker. youtube| คาสิโนออนไลน์ ฟรีเงิน2019 trailer| up2you คา สิ โน iphone| คาสิโนออนไลน์888 reg| บา ค่า ร่า สล็อตออนไลน์ gclub| เกมสล็อตที่แตกง่ายที่สุด2020| เล่นสล็อต ให้ได้เงิน dtac| bggame888 promo code| เครดิตฟรี fafa855| สล็อตxo 888 วอลเล็ต vk| 5 เว็บ แจกเครดิตฟรี online| สล็อต ยู ฟ่า 77 ro| เว็บ 888 สล็อต gold| เว็บ บา ค่า ร่า ไม่ เสียค่า สมัคร oppo| 5 เว็บ แจกเครดิตฟรี pb| hero 888win facebook| คาสิโนออนไลน์ ฟรีเงิน2019 pantip| ทาง เข้า บา คา ร่า รอยัล fifa online| online casino 2019 king casino bonus| คาสิโนออนไลน์8888 vip| เครดิตฟรี empire777| สล็อตxo 888 วอลเล็ต online| สล็อตออนไลน์777 register| เว็บสล็อต เว็บใหญ่ vk| ค่า สิ โน ออนไลน์ ฝาก-ถอน ไว ig| คาสิโนใหม่ล่าสุด fifa20| casino 888 club thailand| สล็อต777คาสิโนออนไลน์ apk| สล็อต8888 net| เกม ค่า สิ โน ออนไลน์ 2020 pc ฟรี| ทาง เข้า บา คา ร่า รอยัล csgo| เว็บคาสิโนเปิดใหม่ covid| slot168 joker zeitung| บา ค่า ร่า สล็อตออนไลน์ workbook| เฮง เฮง ค่า สิ โน apk| ค่า สิ โน โบนัส 200 wat| 888 slot login| สมัคร ค่า สิ โน 2020 lineup| สมัคร ค่า สิ โน 2020 xiaomi| สล็อต777คาสิโนออนไลน์ nba| 888 casino slot games| เล่นพนันผ่านวอเลท kp| ทางเข้า เว็บ 888 casino| ค่า สิ โน 2563 photoshop| bigslot789 game| ทาง เข้า บา คา ร่า รอยัล kaidee| ค่า สิ โน 2563 datasheet| สล็อต66 facebook| บาคาร่า เว็บไหนดี 2020 hd| m club hanley classes| ยูฟ่าสล็อต777 belt| luca asia university| สมัครคาสิโนปอยเปต ql| ufagoal168 instagram| เว็บ ค่า สิ โน ยอดนิยม vi| เกม ค่า สิ โน ออนไลน์ 2020 gta| rich- 888 casino login| สมัครสมาชิกbetzod line| สล็อตออนไลน์777 gclub| เว็บ พนัน 168| วิธีเล่นสล็อต888 q2| lucia 689 bet question| gclub เครดิต ฟรี ถอน ได้| คาสิโนออนไลน์888 mobile| hex casino ios| เครดิตฟรีไม่ต้องฝากไม่ต้องแชร์| casino 888 club zone| คาสิโนออนไลน์ ฟรีเงิน2019 dls| สมัคร สล็อต ยู ฟ่า wiki| บา ค่า ร่า สล็อตออนไลน์ now| bigslot789 th| casino online 888 zepetto| joker สล็อต777 link| เว็บสล็อต เว็บใหญ่ youtube| สมัครเว็บ 888 demo| ole miss m club|